18 November 2009

Thai Foods

Thai Cuisine : Much of what is known about Thai cuisine evolved in the Central region. Rice, fish, and vegetables, flavoured with garlic, black pepper, and nam pla (fish sauce), along with an abundance of fresh fruit, comprised the basic diet of Sukhothai. With the rise of Ayutthaya, other elements were added. That now essential ingredient the fiery chilli pepper - was introduced at this time, along with the equally popular coriander, lime and tomato. These may have been brought from their native South America by the Portuguese, who also left a lasting imprint in the form of popular Thai sweets based on egg yolk and sugar. Other influences came from India, Japan, Persia, and especially China.


Thai food differs from region to region. Unlike the North and Northeast, where glutinous rice is popular, Central Thais like the fragrant plain variety, most commonly steamed. In addition to fresh-water fish, there is seafood from the Gulf of Thailand, as well as a wide range of fresh vegetables. Chinese-Thai food is popular in cities like Bangkok, particularly in the form of numerous noodle dishes.



The food of the North is a distinctive as its culture. Steamed glutinous rice is preferred, traditionally kneaded into small balls with the fingers. Northern curries are generally milder than those of central and northeastern Thailand. The influence of neighbouring Burma is evident is such popular dishes as Kaeng Hang Le, a pork curry that relies on ginger, tamarind, and turmeric for its flavour, and Khao Soy, a curry broth with egg noodles and meat, topped with spring onions, pickled cabbage, and slices of lime.




A favourite regional speciality is a spicy pork sausage called naem.
The traditional form of meal is called a Kantoke dinner during which diners sit around a small low table. Nightly gala performances of a royal version of the Kantoke banquet can be enjoyed at reconstructed wooden palaces. These performances include troupes of local dancers, resplendent in traditional costume and can be pre-booked at this






Northeastern food reflects the influences of neighbouring Laos in a number of dishes. Glutinous rice is the staple, and the food is highly seasoned, like larb, made with spicy minced meat or chicken,. som tam (green papaya salad), and kai yang (barbecued chicken). Meat was once scarce in villages, and freshwater fish and shrimp are the principle source of protein, sometimes fermented.


Internationals
The Top ten Thai foods

1. Hot and sour soup with shrimp













2. Green curry with chicken















3. Fried Noodles with shimps














6. Coconut soup with chicken













7. Thai style salad with beef











8. Satay pork













9. Fried chicken with cashew













10.Panang curry












In Thai
1. ต้มยำกุ้ง (tom yum goong)
2. แกงเขียวหวาน (gaeng kiaw waen gai)
3. ผัดไทย (pad tai)
4. ผัดกระเพรา (pat ga-prao)
5. แกงเผ็ดเป็ดย่าง (gaeng pet bet yaang)
6. ต้มข่าไก่ (tom kaa gai)
7. ยำเนื้อย่าง (yam neua yaang)
8. สะเต๊ะหมู (moo sa-teh)
9. ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (gai pat met ma-muang him-ma-paan)
10.พะแนง (pa-naeng)



Thai fods The best deal in the country has to be the daily buffet lunches held at the major hotels. For as little as $2.50 diners can experience local and international delicacies until their hearts content or belly full.



Chiang Mai has an annual food festival in November where the city's best chef's compete in friendly rivalry at presenting the best cuisine both Thai and international.

อินเทรนด์แฟชั่นเกาหลี

อินเทรนด์แฟชั่นเกาหลี(Korean girls)


วิธีทำทรงผมแบบสาวเกาหลี




แฟชั่นในยุคนี้ "เทรนด์เกาหลี" เริ่มเข้ามาในสังคมไทยเรามากสุด ๆ เมื่อพูดถึงคำ ๆ นี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะคะ กระแสที่มาแรงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านการบันเทิง ดารา นักร้อง ซีรี่ส์ต่าง ๆ ในด้านของภาษาก็เป็นที่นิยมไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้มีจำนวนนิสิตนักศึกษาไม่น้อยที่สนใจและเลือกเรียนภาษาเกาหลีมากขึ้น พวกเราเริ่มรู้จักวัฒนธรรมเกาหลีกันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน การทักทาย และแฟชั่นเสื้อผ้า เพราะว่าคนเกาหลีเน้นสวมเสื้อผ้าตามฤดูกาลแตกต่างกันไป แต่ละฤดูมีลักษณะการแต่งกายที่แตกต่างกันด้วย











อินเทรนด์เสื้อผ้าแบบเกาหลี

















17 November 2009

Romantic Places of the world

Romantic Places of the world
10 อันดับสถานที่ที่จัดว่ามีความโรแมนติกมากที่สุดในโลก


อันดับที่ 10. Colmar ประเทศฝรั่งเศส


เมือง Colmar ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ ที่คู่รัก มักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมือง Colmar ก็คือไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมและบรรยากาศที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ช่วยทำให้เมือง Colmar เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝัน


อันดับที่ 9. Paris ประเทศฝรั่งเศส



เมืองปารีส มีสมญานามว่า “สวรรค์แห่งความโรแมนติก” (Heaven of Romantic) ดังที่ สถานที่แห่งนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณและคนรัก จะสารภาพ “รักนิรันด์” ระหว่างกันและกันสิ่งที่น่าประทับใจในเมืองปารีส อย่างเช่น พิพิทธภัณฑ์ Le Lovore(พิพิทธภัณฑ์ ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก) หอไอเฟล ,โรงแรม Disney Land Resort ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป พิพิทธภัณฑ์ศิลปะ Centre Pompidou และสถานที่สวยงามอื่นๆ อีกมากมาย การไปเที่ยวกับคนรักที่ปารีส หากจัดสรรเวลาให้ดี ก็จะคุ้มค่ามาก และสถานที่แห่งนี้ จะเก็บความโรแมนติกอยู่ในใจของคุณไปอีกนานแสนนาน


อันดับที่ 8. Vanice ประเทศอิตาลี



หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่จะเอ่ยกับคนรักว่า เขาหรือเธอ เป็นคนที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต Veniceก็คือ คำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ! เมือง Venice มีชื่อเสียงโด่งดังในด้าน สุดยอดสถาปัตยกรรม และยังมีหลายสถานที่โรแมนติกเช่น สะพานเก่าแก่ Ponte dei Sospiri, จตุรัส Piazza San Marco ที่ได้รับสมณานามว่า “ห้องจิตกรรมของยุโรป” (The - drawing room of Europe) และคลองในตัวเมือง “Canale Grande” ทั้งหมดนี้จะสร้างความโรแมนติก ระดับหรูหรา ให้กับคนรัก และตัวคุณ

อันดับที่ 7. Schloss Neuschwanstein ประเทศเยอรมันนี



สถานที่ ที่ผสมผสาน ความสวยงามตามธรรมชาติ เข้ากับจินตนาการ และความสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้อย่างลงตัว เมืองSchlossNeuschwansteinมีความสวยงาม ราวกับเป็นสวรรค์บนพื้นโลกรายล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม ปราสาทเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี (สร้างปี1899) ซึ่งเยอรมัน ได้ถูกกล่าวขานว่า เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีปราสาทสวยงามที่สุดในยุโรป


อันดับที่ 6. Vienna ประเทศออสเตรีย

เมือง Vienna ในประเทศออสเตรียเป็นอีกสถานที่ ที่มีคู่รักจากทั่วทุกมุมของโลกแวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม สิ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้คือสุดยอดสถาปัตยกรรม และสุดยอดผลงานเพลง, ศิลปะ และพิพิทธภัณฑ์ศิลปะ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พระราชวัง Schoenbrunn,พระราชวัง Belvedere, พระราชวัง The Hofburg Imperial และพิพิทธภัณฑ์นักจิตวิทยาผู้โด่งดัง Sigmund Freud

อันดับที่ 5. Monte Carlo ประเทศโมนาโค




เมือง Monte Carloยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่โรแมนติก ที่คุณจะได้สื่อความรัก ไปยังคนรักของคุณเมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตีนของเทือกเขาเอลป์ และเป็นสถานที่ ที่มีเรื่องราวของความรัก ก่อกำเนิดขึ้นมากมายสิ่งที่น่าสนใจของเมือง Monte Carlo คือบ่อนคาสิโนเลื่องชื่อ (Monte CarloCasino)พิพิทธภัณธ์ทางทะเล, พิพิทธภัณฑ์ประจำชาติ และพระราชวัง Prince

อันดับที่ 4. Prague สาธารณรัฐเช็ก




อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับสถานที่โรแมนติก ก็คือ เมือง Prague ของสาธารณรัฐเช็กสถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย วัฒธรรม และปราสาทเก่าแก่ ผู้คนที่มีมิตรไมตรี และสุภาพอ่อนโยน เมือง Pragueเป็นสถานที่เกิดของนักดนตรีระดับโลก อย่าง Mozart และมีชื่อเสียงในเรื่องของทางเดินอันสวยงามในเมือง ที่คู่รัก สามารถใช้เวลาเดินเล่นด้วยกัน


อันดับที่ 3. New York ประเทศสหรัฐอเมริกา


เมือง New York เหมาะสำหรับคู่รัก ที่กำลังมองหาสถานที่ ที่จะใช้ช่วงเวลาแห่งความรัก และความโรแมนติกในหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหารและร้านค้าจำนวนมาก และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น สถานีรถไฟ Grand Central Terminal, อนุสาวรีย์เทพีสันติภาพ และสวนหย่อมขนาดใหญ่ Central Park (มีกิจกรรมคอนเสริ์ต, มีลานสเก็ตน้ำแข็ง)


อันดับที่ 2. Cairo ประเทศอียิปต์ เมือง Cario ก็ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสวรรค์

บนโลกเช่นเดียวกัน (โดยเฉพาะสำหรับคู่รัก)ความงดงามและมนต์เสน่ห์ที่อยู่ในตัวเมือง คือแรงดึงดูด ใหคู่รักเดินทางมาใช้เวลาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยกัน และปิรามิด ก็คือสิ่งที่พิเศษที่สุด ท่ามกลางความสยงามในตัวเมือง

อันดับที่ 1. Mauritius Island มหาสมุทรอินเดีย


สถานที่แห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานว่า“ปลายทางสุดท้าย ที่โรแมนติกมากที่สุด” (Ultimate Romantic Destination)เกาะ Mauritius มีชื่อเสียงอย่างมาก ในหมู่คู่รักที่จะมาท่องเที่ยว หรือคู่รักที่จะมาฮันนีมูนต้นปาล์มมากมาย ที่เคลื่อนที่พริ้วไหว ไปตามสายลม บรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ แนวหินปะการัง และท้องทะเลสีฟ้า เป็นส่วนหนึ่ง ในอีกหลายๆ สิ่ง ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ สวยงามจนยากที่จะลืมเลือน




16 November 2009

Se7en 세븐


Se7en 세븐



เซเว่น (เกาหลี: Se7en, 세븐) หรือ ชเว ดง อุค (เกาหลี: 최동욱, ฮันจา: 崔東昱) เกิดเมื่อ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1984 เป็นนักร้องเพลงป็อปจากเกาหลีใต้ เจ้าของเพลงดัง Come back to me
เซเว่น ได้เข้าสู่ค่ายเพลง YG Entertainment ตั้งแต่อายุ 15 ปี เขาได้ฝึกฝนการร้องการเต้นเป็นเวลา 4 ปีจนได้ออก
อัลบั้มแรกในปี 2003 ประสบความสำเร็จทั่วเอเชีย เซเว่นได้ออกผลงานมาแล้ว 5 ชุด (เกาหลี 4 ,ญี่ปุ่น 1) ทางด้านบทบาทการแสดง เซเว่นรับบทเจ้าชายส้มหล่นในซีรียส์เกาหลีชื่อดัง “รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น










ในปี 2006 เซเว่นคว้ารางวัลเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส สาขาศิลปินยอดนิยมจากประเทศเกาหลีไปได้เซเว่นมีโอกาสได้ร่วมงานกับนักร้องอาร์แอนด์บีสาวลูกครึ่งอเมริกัน - เกาหลีชื่อดัง อาเมรี ในเวอร์ชันที่ร้องดูเอ็ตคู่กันนี้จะถูกนำไปรวมอยู่ในอัลบั้ม Because I Love It ฉบับรีแพ็คเกจที่ทำออกมาเป็นเอเชียน อิดิชั่น
อัลบั้ม Se7olution
อัลบั้มใหม่ชุดที่ 4 อัลบั้มชุดนี้ได้ร่วมงานกับ Lee Yong Hyun จากวง Big Mama มาแต่งเนื้อและทำนองให้ ในเพลง “Shin Hal Kae” (Down For You) นอกจากนี้เซเว่นยังแต่งเนื้อเพลง “Can You Feel Me” Featuring แร็พเปอร์รุ่นน้องจี-ดรากอนจากวงบิ๊กแบง และเพลง “Heo Rak Hae Jou” featuring แท ยัง จากวงบิ๊กแบง เซเว่นยังได้ชวนแร็ปเปอร์ชื่อดัง Teddy จากวง 1TYM มาช่วยแต่งเนื้อร้องและทำนองในเพลง “La La La” และเป็นโคโปรดิวเซอร์ให้อีกหลายเพลง




เซเว่นยังคว้ารางวัล The most favorite male singer จากช่องดนตรี Mnet SUMMER BREAK 20's CHOICE ปี 2007SE7EN เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ-แม่ พี่สาวอีก 2 คนและคุณย่า ในกรุงโซล แม้ปัจจุบันใครๆ จะรู้จักเขาในนาม SE7EN แต่กับที่บ้านแล้ว เขาคือ ชอย ดอง-วุค ของครอบครัว นับตั้งแต่วันที่ลืมตามาดูโลกเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1984 SE7EN เติบโตมาพร้อมกับพรสวรรค์ทางด้านดนตรี และการเต้นรำในตัว ด้วยวัยเพียง 4 ขวบ เขาก็สามารถเลียนแบบท่าเต้นของกลุ่มศิลปินป็อป ทาจิ บอย ซึ่งเป็นศิลปินชั้นแนวหน้าของเกาหลีในช่วงปี 1992-1996 ได้อย่างสบาย และหลังจากที่ได้เซ็นสัญญากับ YG Entertainment ในปี 1999 ทั้งๆ ที่ยังเรียนอยู่เพียงเกรด 9 SE7EN ก็เข้ารับการฝึกฝนการเต้นรำอย่างหนักเป็นเวลาถึง 4 ปีเต็มๆ เพื่อเคี่ยวกรำตัวเองให้พร้อมสำหรับการเป็นว่าที่ "ซูเปอร์สตาร์" คนใหม่ของเกาหลีใต้

ในเดือนมีนาคม 2003 Just Listen อัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเด็กหนุ่มที่มีศิลปินขวัญใจอย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค, โจ, อัชเชอร์ และดรู ฮิลล์ ก็ออกวางจำหน่าย และการฝึกฝนอย่างหนักก็แสดงผลลัพธ์ออกมาเมื่อ Come Back To Me ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม Just Listen ขึ้นถึงอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงของเกาหลีแทบทุกชาร์ต รวมไปถึงชาร์ตเพลงป็อปทางโทรทัศน์ MBC Music Camp ที่เป็นชาร์ตเพลงยอดนิยมอันดับ 1 ของเกาหลี โดยเพลง Come Back To Me สามารถขึ้นอันดับ 1 ได้นานถึง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2003 ซึ่งไม่เคยมีศิลปินคนไหนของ YG Entertainment เคยทำได้มาก่อน นอกจากความสำเร็จทางด้านงานเพลง ซึ่งเป็นผลมาจากการแสดงบนเวทีที่น่าตื่นตา เสียงร้องที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และความรู้สึก ภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์ในตัว ยังทำให้ SE7EN กลายเป็นผู้นำกระแสแฟชั่นของวัยรุ่นเกาหลี และอีกหลายๆ ประเทศในเอเชียอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าติดล้อ ที่ SE7EN สามารถผสมผสานเข้ากับท่าเต้นได้อย่างน่าตื่นตา และได้แสดงให้เห็นในมิวสิค วิดีโอเพลง Come Back To Me ซึ่งกลายเป็นแฟชั่นฮิตของวัยรุ่นเกาหลี และวัยรุ่นเอเชีย เช่นเดียวกับหมวกกันแดดของ SE7EN ที่ถือเป็นเทรนด์หมวกประจำหน้าร้อนของปี 2003 ที่เกาหลีใต้เลยทีเดียว เมื่อนำเอาความโดดเด่นในเรื่องภาพลักษณ์ รวมเข้ากับความสำเร็จในเรื่องงานเพลง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ SE7EN กลายเป็นที่ต้องการของสินค้าต่างๆ เพื่อทาบทามให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ด้วยกัน ทั้งๆ ที่เพิ่งปรากฏตัวในวงการเพียงแค่ปีเดียว รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการแฟชั่นในเกาหลี ก็คือ การเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ของ SE7EN ที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่เดือน นับจากเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครื่องแต่งกาย NIX ด้วยค่าตัว 20 ล้านวอน ในเดือนมีนาคม และ 8 เดือนต่อมา SE7EN ก็เซ็นสัญญากับผลิตภัณฑ์ UGLZ ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 1 พันล้านวอน!!! ทำให้เขากลายเป็น นายแบบที่มีค่าตัวสูงที่สุดของประเทศเกาหลีในทันที







ชื่อจริง: ชอย ดอง-วุค วันเกิด: 11 พฤศจิกายน 1984
กรุ๊พเลือด: บี
สูง: 180 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 64 กิโลกรัม
ชื่อเล่น: SE7EN ELEVEN
ครอบครัว: คุณย่า, พ่อ-แม่ และพี่สาว 2 คน
งานอดิเรก: ดนตรี
ความสามารถพิเศษ: ร้องเพลง, เต้นรำ และ แร็พ
กีฬาโปรด: ทุกประเภทกีฬา ศาสนา: คริสต์
ศิลปินโปรด: อัชเชอร์, จัสติน ทิมเบอร์เลค, โจ และ ดรู ฮิลล์
สีชอบ: ขาว และดำ สาวในฝัน: ผู้หญิงที่เปิดใจ เป็นมิตรได้กับคนรอบข้าง น่าสนใจกว่าคนที่สวย
และดูดีในเรื่องหน้าตา
ของสะสมล้ำค่า : ซีดีกว่า 1,000 แผ่นที่ยากจะหาเจอว่า เป็นงานชุดไหน ของศิลปินอะไรบ้าง
สถานที่แสดงคอนเสิร์ตในฝัน : ต่างประเทศ ที่ไหนก็ได้
เป้าหมายในอนาคต : เป็นนักดนตรีที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
คำขวัญประจำตัว : เจียมตัว แต่ไม่กลัวที่จะฝันใหญ่ๆ
จำนวนสมาชิกแฟนคลับ : 260,000 คน
ยี่ห้อรองเท้าติดล้อประจำตัว : ฮีลีส์ (Heelys)













Working Credit: ทางด้านดนตรี : 1999 เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัดบริษัทแผ่นเสียง YG Entertainment เมื่ออายุ 16 ปี และได้รับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาถึง 4 ปีเต็ม

มีนาคม 2003 ออกอัลบั้มชุดแรก Just Listen ที่ประเทศเกาหลี และประเทศต่างๆในแถบภูมิภาค เอเชีย

พฤศจิกายน 2003 เดินทางโปรโมทอัลบั้ม Just Listen ที่ประเทศฮ่องกง ไต้หวัน ไทย และจีน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2004 ประเภท "Favorite Artist Korea"

กรกฎาคม 2004 ออกอัลบั้มชุดที่สอง Must Listen

พฤศจิกายน 2004 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล MTV Asia Awards 2005 สาขา "Favorite Artist Korea "เป็นปีที่สองติดต่อกัน

ธันวาคม 2004ออก Digital Single เพลง Crazy ซึ่งได้รับการดาวน์โหลดถึง 290,000 ครั้ง


กุมภาพันธ์ 2005 ออกซิงเกิลแรก "Hikari" ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหมด 3 เพลง


พฤษภาคม 2005 ออกซิงเกิลที่สอง "Style" ที่ประเทศญี่ปุ่น


Official Album/Single Release: อัลบั้มชุดแรก Just Listenซิงเกิลแรก Come Back to Meซิงเกิลสอง One More Timeซิงเกิลสาม Baby I Like You Like That อัลบั้มชุดที่สอง Must Listenซิงเกิลแรก Passionซิงเกิลสอง Tattoo


Presenter :มีนาคม 2003 เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "NIX" เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณท์เปลี่ยนสีผม " Dong -A Manufacturer "

เมษายน 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้าล้อเลื่อน "Heelys"

พฤษภาคม 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโทรศัพท์มือถือ "Samsung" รุ่น Anycall เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับไอศครีม "Baskin Robbins 31"


กรกฎาคม 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท SK เครื่องแบบนักศึกษา " Smart "

กันยายน 2003 เซ็นสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "U.G.I.Z" มูลค่า 1000 ล้านวอน (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นมูลค่าค่าตัวที่สูงที่สุดของประเทศเกาหลี
เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโทรศัพท์มือถือ "Samsung" รุ่น Anycall เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับนำอัดลม "Coca Cola"เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทเสื้อผ้าชั้นนำของเกาหลี "U.G.I.Z & Crux"เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับร้านสะดวกซื้อ "7 Eleven